เร่งแก้ปัญหาด้านสุขาภิบาลที่พักนักเรียนบ้านไกล ตชด.

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และเครือข่าย ร่วมลงนามพันธะสัญญากับกองบัญชาการตระเวนชายแดน เพื่อเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขอนามัยและพัฒนาสุขาภิบาลหอพักนักเรียนบ้านไกลของโรงเรียนใน ถิ่นทุรกันดาร นายแพทย์ดนัย ธีวันดา รองอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขอนามัยและพัฒนาสุขาภิบาลหอพักนักเรียนบ้านไกลของโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร

ในโครงการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ปี 2561 ณ โรงแรมเชียงใหม่ฮิลล์ จังหวัดเชียงใหม่ ว่า จากการสำรวจที่พักนักเรียนบ้านไกลโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน 68 แห่ง เดือนธันวาคม ปี 2560 พบว่า ที่พักเป็นบ้านไม้ ร้อยละ 26 มีทั้งแบบแบ่งแยกชาย-หญิง และไม่แยก มีที่พักทั้งแบบนอนรวมและแยกห้องไม่มีเตียง ใช้ที่นอนแบบอื่นแทน ห้องอาบน้ำรวม มีส้วมทั้งในและนอกอาคาร ขณะที่ร้อยละ 68 ใช้ห้องประกอบอาหารนอกอาคารร่วมกับโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน รวมถึงบริเวณที่ ทิ้งขยะมูลฝอยสิ่งปฏิกูลนอกอาคารด้วย แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ ส่วนใหญ่ไม่มีการติดตั้งระบบป้องกันอันตราย จากไฟฟ้า (Breaker Safe T-Cut) และไม่มีการติดตั้งถังดับเพลิง ถึงร้อยละ 90 มีผู้ดูแลบ้านพักคนเดียว และพักอาศัยคนละที่กับหอพักนักเรียน กรมอนามัยจึงได้จัดประชุมเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขอนามัยและพัฒนาสุขาภิบาลหอพักนักเรียนบ้านไกลของโรงเรียนในถิ่นทุรกันดารในโครงการส่งเสริมโภชนาการและสุขภาพอนามัยเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ปี 2561 ในครั้งนี้ขึ้น เพื่อเพิ่มพูนศักยภาพครูผู้ดูแลหอพักนักเรียนให้มีความรู้ ความเข้าใจในแนวทางการพัฒนาสุขาภิบาลหอพักนักเรียน สามารถจัดระเบียบหอพักดูแลสภาพแวดล้อม และดูแลสุขอนามัยนักเรียนที่พักค้างได้อย่างเหมาะสม เสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขอนามัยที่พึงปฏิบัติ เพื่อนำไปสู่การมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์
“นอกจากนี้ กรมอนามัย โดยศูนย์อนามัยที่ 1 เชียงใหม่ ได้ร่วมลงนามสานสัมพันธ์ภาคีเครือข่ายร่วมกันสร้างสรรค์พัฒนาสุขาภิบาลที่พักนักเรียนบ้านไกลเอื้อให้เด็กวัยเรียนมีที่พักอาศัยน่าอยู่ น่าใช้และถูกสุขลักษณะ ซึ่งภาคีเครือข่ายที่ร่วมลงนามในครั้งนี้ อาทิ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา จังหวัดเชียงใหม่ สมาพันธ์ ออฟโรดแห่งประเทศไทย สมาพันธ์ออฟโรดภาคเหนือตอนล่าง จังหวัดตาก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดตาก สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ และกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน โดยมีข้อตกลงความร่วมมือเกี่ยวกับการประเมินสภาพพื้นฐานการสุขาภิบาลและความต้องการพัฒนาที่พักอาศัย สร้างการมีส่วนร่วมภาคีเครือข่ายท้องถิ่นและชุมชนในการสนับสนุน เพื่อปรับปรุงและพัฒนาสุขาภิบาลที่พักอาศัยให้ถูกสุขลักษณะ อย่างต่อเนื่อง เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ แก่นักเรียน ครู ผู้ปกครองในการดูแลรักษาความสะอาดและ ความปลอดภัยของที่พักอาศัย รวมทั้งบริเวณโดยรอบ และจัดกิจกรรมรณรงค์สร้างการมีส่วนร่วมในการรักษาสภาพแวดล้อมที่พักอาศัยให้ถูกสุขลักษณะ สะอาด ปลอดภัย รวมถึงสื่อสารความรู้ด้านสุขภาพแก่นักเรียนและชุมชนให้มีการปฏิบัติตน มุ่งสู่การมีพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม และมีสุขภาพอนามัยที่ดี” รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าว. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth